1การยอมรับข้อตกลง
ข้อกำหนดการใช้บริการฉบับนี้ (“ข้อกำหนด”) เป็นข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม RumiFlow กับผู้ประกอบการที่สมัครใช้งานแพลตฟอร์ม โปรดอ่านโดยละเอียดก่อนเริ่มใช้บริการ
- การสมัครบัญชีร้าน การกดยอมรับข้อกำหนด การเข้าสู่ระบบ การชำระค่าบริการ หรือการใช้งานส่วนหนึ่งส่วนใดของแพลตฟอร์ม ถือว่าท่านได้อ่าน เข้าใจ และตกลงผูกพันตามข้อกำหนดนี้ทุกประการ หากท่านไม่ยอมรับข้อกำหนดนี้ไม่ว่าข้อใด กรุณายุติการใช้บริการ
- การแสดงเจตนายอมรับด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุข้างต้น มีผลสมบูรณ์และใช้บังคับได้เช่นเดียวกับการลงลายมือชื่อในเอกสาร ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ผู้ที่กดยอมรับต้องบรรลุนิติภาวะ และต้องเป็นผู้มีอำนาจผูกพันกิจการหรือนิติบุคคลที่ตนสมัครใช้บริการแทน การสมัครในนามกิจการหรือนิติบุคคล ถือว่าผู้สมัครรับรองต่อผู้ให้บริการว่าตนมีอำนาจกระทำการแทนกิจการหรือนิติบุคคลนั้นโดยชอบ และข้อกำหนดนี้ผูกพันกิจการหรือนิติบุคคลดังกล่าว
- ข้อกำหนดนี้ให้อ่านประกอบกับหน้า แพ็กเกจและราคา และนโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้ หากมีข้อความขัดหรือแย้งกัน ให้ยึดข้อกำหนดฉบับนี้เป็นหลัก เว้นแต่ผู้ให้บริการและร้านค้าได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแยกต่างหาก (เช่น แพ็กเกจ Enterprise) ให้ยึดสัญญาฉบับนั้นเฉพาะในส่วนที่ระบุไว้แตกต่าง
2คำนิยาม
ในข้อกำหนดนี้ ให้คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้
- “แพลตฟอร์ม / RumiFlow” — ระบบซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (Software as a Service) ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์ ระบบหลังร้าน แอปพลิเคชัน LIFF บน LINE และส่วนต่อประสานอื่นที่ผู้ให้บริการจัดให้ รวมถึงเว็บไซต์ร้านค้าที่สร้างจากระบบ
- “ผู้ให้บริการ / เรา” — RumiFlow ในฐานะผู้พัฒนา เจ้าของ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม รวมถึงพนักงานและตัวแทนที่ได้รับมอบหมาย
- “ร้านค้า / ผู้เช่าระบบ (Tenant) / ท่าน” — ผู้ประกอบการที่เปิดบัญชีร้านบนแพลตฟอร์มเพื่อใช้ดำเนินกิจการของตน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ข้อมูลของแต่ละร้านค้าถูกแยกออกจากกัน (Tenant Isolation) ร้านค้าหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของอีกร้านค้าหนึ่งได้
- “ผู้ใช้ระบบ” — เจ้าของร้าน ผู้จัดการ พนักงาน ช่าง หรือบุคคลอื่นที่ร้านค้าสร้างบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือรหัส PIN ให้เข้าใช้งานแพลตฟอร์มภายใต้บัญชีของร้านค้า
- “ผู้ใช้ปลายทาง” — ลูกค้าของร้านค้า รวมถึงผู้เข้าชมเว็บไซต์ร้าน ผู้จองคิว ผู้ทักผ่าน LINE และผู้ที่ข้อมูลถูกบันทึกไว้ในระบบ ผู้ใช้ปลายทางมิใช่คู่สัญญาตามข้อกำหนดนี้
- “แพ็กเกจ” — ระดับการใช้งานที่ร้านค้าเลือกใช้ ได้แก่ Free, Web, Shop, Growth, Chain และ Enterprise ซึ่งกำหนดฟีเจอร์ที่ใช้ได้ ขีดจำกัด และค่าบริการตามที่ประกาศบนหน้าแพ็กเกจและราคา
- “โควตา” — ปริมาณการใช้งานสูงสุดที่มาพร้อมแพ็กเกจในแต่ละรอบเดือน เช่น จำนวนบิล จำนวนสาขา จำนวนผู้ใช้ระบบ จำนวนข้อความ SMS จำนวนอีเมล จำนวนครั้งของการอ่านเอกสารอัตโนมัติ (OCR) จำนวนข้อความผู้ช่วย AI และพื้นที่เก็บไฟล์
- “เครดิต” — ปริมาณการใช้งานส่วนเพิ่มที่ร้านค้าซื้อเติมนอกเหนือจากโควตาของแพ็กเกจ เพื่อใช้กับบริการที่คิดตามปริมาณ เช่น SMS อีเมล หรือ OCR
- “เนื้อหาของร้านค้า” — ข้อมูลและสื่อทุกชนิดที่ร้านค้าหรือผู้ใช้ระบบนำเข้า อัปโหลด หรือสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม เช่น รายการบริการ ราคา รูปภาพผลงาน บทความ ข้อมูลลูกค้า รายการขาย และเอกสารทางการเงิน
3ขอบเขตการให้บริการ
ผู้ให้บริการให้สิทธิร้านค้าเข้าใช้แพลตฟอร์มเพื่อบริหารจัดการกิจการของตน โดยขอบเขตบริการครอบคลุม
- ระบบขายหน้าร้าน (POS) — คิดเงิน ออกใบเสร็จ ตัดสต็อกสินค้า และคำนวณค่าคอมมิชชันของช่างหรือพนักงาน
- ระบบจองคิวและนัดหมาย — ปฏิทินช่าง การจัดคิว การแจ้งเตือน และการเชื่อมต่อปฏิทินภายนอกตามแพ็กเกจ
- ระบบฐานลูกค้า (CRM) — ประวัติการใช้บริการ สะสมแต้ม คูปอง โปรโมชัน รวมถึงการขายแพ็กเกจ คอร์ส และเครดิตลูกค้าตามแพ็กเกจ
- การเชื่อมต่อ LINE Official Account ของร้านค้า — การจองผ่าน LIFF การส่งข้อความ ริชเมนู และผู้ช่วยตอบแชทอัตโนมัติตามแพ็กเกจ
- เว็บไซต์ร้านค้าอัตโนมัติ — สร้างจากรายการบริการ ราคา โปรโมชัน และรีวิวที่ร้านค้าบันทึกไว้ในระบบหลังร้าน เผยแพร่บนซับโดเมนที่ผู้ให้บริการจัดให้ หรือบนโดเมนของร้านค้าเองตามแพ็กเกจ
- รายงานการขาย รายงานการเงิน และเครื่องมือการตลาด เช่น การเก็บค่า UTM และการติดตั้งพิกเซลวัดผลโฆษณา ตามแพ็กเกจ
ฟีเจอร์ที่ใช้ได้ ขีดจำกัด และโควตา แตกต่างกันตามแพ็กเกจที่ร้านค้าเลือก ตามที่ประกาศไว้บนหน้า แพ็กเกจและราคา ฟีเจอร์ที่ระบุว่า “เร็วๆ นี้” ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ผู้ให้บริการมิได้รับประกันกำหนดเวลาเปิดใช้งาน และร้านค้าไม่ควรตัดสินใจสมัครโดยอาศัยฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ
ผู้ให้บริการมีสิทธิพัฒนา ปรับปรุง เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกฟีเจอร์ใดๆ ได้ตามความเหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพบริการ ความปลอดภัย หรือให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดของผู้ให้บริการภายนอก หากการเปลี่ยนแปลงกระทบต่อการใช้งานอย่างมีสาระสำคัญ ผู้ให้บริการจะแจ้งล่วงหน้าตามสมควรตามข้อ 14
แพลตฟอร์มเป็นบริการที่ทำงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ร้านค้ามีหน้าที่จัดหาอุปกรณ์ (เช่น แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ) การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และบัญชีบริการภายนอกที่จำเป็น เช่น LINE Official Account ของร้านเอง ด้วยค่าใช้จ่ายของร้านค้า
4บัญชีผู้ใช้และความรับผิดชอบ
- ร้านค้าต้องให้ข้อมูลการสมัครที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน รวมถึงชื่อกิจการ ผู้ติดต่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลสำหรับออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี และต้องปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
- ร้านค้ามีหน้าที่รักษาความลับของรหัสผ่าน รหัส PIN ของพนักงาน รหัสยืนยันตัวตน และโทเคนการเชื่อมต่อบริการภายนอก และต้องไม่เปิดเผยให้บุคคลที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง
- การกระทำใดๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้บัญชีของร้านค้า ให้ถือว่าเป็นการกระทำของร้านค้าเอง และร้านค้าต้องรับผิดชอบต่อผลของการกระทำนั้นทั้งหมด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความบกพร่องของระบบอันเป็นความผิดของผู้ให้บริการ
- ร้านค้าต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (Role) ให้ผู้ใช้ระบบแต่ละคนเท่าที่จำเป็นต่อหน้าที่ และต้องเพิกถอนสิทธิ์หรือปิดบัญชีผู้ใช้ทันทีเมื่อพนักงานพ้นสภาพ
- ร้านค้าต้องแจ้งผู้ให้บริการโดยไม่ชักช้า เมื่อทราบหรือสงสัยว่ามีการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีเหตุละเมิดความปลอดภัยของข้อมูล
- ห้ามใช้บัญชีร่วมกันระหว่างหลายกิจการ หรือแบ่งปันบัญชีผู้ใช้เพื่อหลบเลี่ยงขีดจำกัดจำนวนผู้ใช้ระบบหรือจำนวนสาขาของแพ็กเกจ หนึ่งบัญชีร้านมีไว้สำหรับหนึ่งกิจการเท่านั้น
- ผู้ให้บริการอาจเข้าถึงบัญชีของร้านค้าเท่าที่จำเป็นเพื่อการสนับสนุนทางเทคนิค การแก้ไขข้อขัดข้อง หรือการรักษาความปลอดภัยของระบบ โดยมีการควบคุมสิทธิ์และบันทึกการเข้าถึงไว้
5แพ็กเกจ การชำระเงิน และการต่ออายุ
5.1 ค่าบริการและรอบการชำระเงิน
- ค่าบริการรายเดือน (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม): Free 0 บาท · Web 190 บาท · Shop 390 บาท · Growth 790 บาท · Chain 1,190 บาท ส่วนแพ็กเกจ Enterprise คิดค่าบริการตามที่ตกลงกันเป็นรายกรณี
- แพ็กเกจ Free เป็นแพ็กเกจที่ใช้ได้ตลอดโดยไม่มีวันหมดอายุ มิใช่ระยะทดลองใช้ที่จะสิ้นสุดแล้วบังคับให้ชำระเงิน แต่มีขีดจำกัดการใช้งานและฟีเจอร์ตามที่ประกาศไว้
- การชำระแบบรายปีคิดค่าบริการเท่ากับ 10 เดือน แต่ได้รับสิทธิใช้งาน 12 เดือน (จ่าย 10 ฟรี 2) โดยส่วนลดคำนวณเป็นทวีคูณของรอบ 12 เดือน และรองรับการชำระล่วงหน้าสูงสุด 24 เดือนต่อครั้ง
- ราคาที่ประกาศทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ผู้ให้บริการจะออกใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีตามข้อมูลที่ร้านค้าแจ้งไว้ในระบบ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือภาษีอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่ายตามกฎหมาย
5.2 วิธีการชำระเงิน — ไม่มีการตัดเงินอัตโนมัติ
- ร้านค้าชำระค่าบริการโดยการโอนเงินผ่านธนาคารหรือสแกน QR PromptPay ตามยอดที่ระบบแจ้ง แล้วอัปโหลดหลักฐานการโอน (สลิป) เข้าสู่ระบบ
- ระบบจะตรวจสอบสลิปโดยอัตโนมัติผ่านผู้ให้บริการตรวจสอบรายการโอน หากตรวจสอบสำเร็จ อายุการใช้งานจะถูกต่อให้ทันที หากตรวจสอบอัตโนมัติไม่สำเร็จ หรือพบสลิปที่เคยใช้แล้ว รายการจะถูกส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยตนเองก่อนอนุมัติ
- แพลตฟอร์มไม่มีการผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และไม่มีการตัดเงินหรือต่ออายุอัตโนมัติ ร้านค้าต้องดำเนินการชำระเงินด้วยตนเองทุกครั้งที่ประสงค์จะต่ออายุ ร้านค้าจึงมีหน้าที่ติดตามวันหมดอายุของแพ็กเกจตนเอง ซึ่งแสดงอยู่ในระบบหลังร้าน
- หากร้านค้าชำระเงินก่อนวันหมดอายุ อายุการใช้งานใหม่จะนับต่อจากวันหมดอายุเดิม ร้านค้าจึงไม่เสียวันคงเหลือจากการต่ออายุล่วงหน้า
- การส่งสลิปอันเป็นเท็จ ปลอมแปลง หรือใช้สลิปซ้ำ ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดอย่างร้ายแรง ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับบัญชีทันทีตามข้อ 12 และดำเนินการตามกฎหมาย
5.3 โควตา เครดิตส่วนเพิ่ม และการเปลี่ยนแพ็กเกจ
- โควตาที่มาพร้อมแพ็กเกจคำนวณเป็นรายรอบเดือนและไม่สะสมข้ามรอบ โควตาที่ใช้ไม่หมดในรอบใดถือเป็นอันสิ้นสุดเมื่อสิ้นรอบนั้น
- เมื่อใช้เกินโควตา ร้านค้าสามารถซื้อเครดิตส่วนเพิ่มได้ตามอัตราที่ประกาศ โดยใช้วิธีชำระเงินและการตรวจสอบสลิปแบบเดียวกับค่าบริการรายเดือน เครดิตส่วนเพิ่มที่ได้รับอนุมัติแล้วสามารถยกยอดข้ามรอบเดือนได้จนกว่าจะใช้หมด
- บริการที่คิดตามปริมาณ เช่น SMS อีเมล OCR และข้อความผู้ช่วย AI จะหยุดทำงานเมื่อโควตาและเครดิตหมด จนกว่าจะเข้าสู่รอบใหม่หรือเติมเครดิตเพิ่ม
- ร้านค้าเปลี่ยนแพ็กเกจได้ทุกเมื่อ การอัปเกรดมีผลเมื่อการชำระเงินได้รับอนุมัติ ส่วนการดาวน์เกรดจะทำให้ขีดจำกัดและฟีเจอร์ของแพ็กเกจใหม่มีผลบังคับ ร้านค้าจึงควรตรวจสอบจำนวนสาขา ผู้ใช้ระบบ และรายการบริการหรือสินค้าให้อยู่ในขีดจำกัดของแพ็กเกจใหม่ก่อนดาวน์เกรด
5.4 นโยบายการคืนเงิน
- ค่าบริการชำระล่วงหน้าเป็นรายรอบ ผู้ให้บริการไม่คืนเงินสำหรับรอบที่เริ่มใช้งานไปแล้ว ส่วนที่เหลือของรอบ หรือระยะเวลาที่ร้านค้ามิได้เข้าใช้งาน รวมถึงไม่คืนเงินค่าเครดิตส่วนเพิ่มที่ได้รับอนุมัติแล้ว
- ข้อยกเว้นที่ผู้ให้บริการจะคืนเงินหรือชดเชย ได้แก่ (ก) การชำระเงินซ้ำซ้อนหรือชำระเกินจำนวน (ข) การเรียกเก็บผิดพลาดอันเกิดจากผู้ให้บริการ และ (ค) กรณีระบบขัดข้องร้ายแรงอันเป็นความผิดของผู้ให้บริการจนร้านค้าไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งผู้ให้บริการจะพิจารณาคืนเงินตามสัดส่วนหรือขยายอายุการใช้งานทดแทนตามความเหมาะสม
- ร้านค้าต้องยื่นคำขอคืนเงินพร้อมหลักฐานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ชำระเงินหรือวันที่ทราบเหตุ ผ่านช่องทางติดต่อในข้อ 15
- กรณีผู้ให้บริการยุติการให้บริการทั้งแพลตฟอร์มตามข้อ 12 ผู้ให้บริการจะคืนเงินตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ชำระล่วงหน้าไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ใช้
- นโยบายในข้อนี้เป็นนโยบายระหว่างผู้ให้บริการกับร้านค้าเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายการคืนเงินที่ร้านค้ากำหนดกับลูกค้าของร้านเอง เช่น การคืนเงินค่าคอร์สหรือแพ็กเกจ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของร้านค้าแต่เพียงผู้เดียว แม้ร้านค้าจะใช้เครื่องมือคำนวณการคืนเงินที่แพลตฟอร์มจัดให้ก็ตาม
ผู้ให้บริการอาจปรับค่าบริการหรือโครงสร้างแพ็กเกจได้ โดยจะแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน การปรับราคาไม่มีผลย้อนหลังต่อรอบที่ร้านค้าชำระเงินไว้แล้ว
6กรรมสิทธิ์ในข้อมูล
- ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการขาย ข้อมูลนัดหมาย ข้อมูลการเงิน รูปภาพ และเนื้อหาของร้านค้าทั้งหมดที่บันทึกอยู่บนแพลตฟอร์ม เป็นกรรมสิทธิ์ของร้านค้า ผู้ให้บริการไม่อ้างความเป็นเจ้าของในข้อมูลดังกล่าว
- ในความสัมพันธ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ร้านค้าเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" ของข้อมูลผู้ใช้ปลายทางของตน และผู้ให้บริการเป็น "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" ซึ่งจะประมวลผลข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการและตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของร้านค้าเท่านั้น
- ร้านค้ามีหน้าที่จัดให้มีฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ปลายทาง จัดทำและเผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวของร้านเอง และตอบสนองต่อการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย โดยแพลตฟอร์มมีหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวและแบนเนอร์ขอความยินยอมคุกกี้ให้ใช้บนเว็บไซต์ร้านเป็นเครื่องมือช่วย
- ข้อมูลของแต่ละร้านค้าถูกแยกจากกันในระดับระบบ ร้านค้าหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของอีกร้านค้าหนึ่งได้ องค์กรที่ต้องการการแยกส่วนในระดับเซิร์ฟเวอร์และฐานข้อมูลเป็นการเฉพาะ สามารถเลือกใช้แพ็กเกจ Enterprise แบบ Private ได้
- ผู้ให้บริการอาจใช้ข้อมูลเชิงสถิติที่ผ่านการรวมกลุ่มและทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนของร้านค้าหรือผู้ใช้ปลายทางได้ เพื่อวิเคราะห์ พัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม
- ร้านค้ามีสิทธิส่งออกข้อมูลหลักของตน เช่น รายชื่อลูกค้า รายการขาย รายงาน และข้อมูลทางการเงิน ในรูปแบบไฟล์มาตรฐาน (เช่น CSV) ได้ตลอดอายุบัญชี รวมถึงในระหว่างที่บัญชีอยู่ในสถานะอ่านอย่างเดียวตามข้อ 12
- รายละเอียดว่าผู้ให้บริการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร เป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้ และมิได้ถูกกล่าวซ้ำไว้ในเอกสารฉบับนี้
7การใช้งานที่ยอมรับได้
ร้านค้าและผู้ใช้ระบบตกลงจะไม่กระทำการดังต่อไปนี้
- ใช้แพลตฟอร์มเพื่อการใดอันขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี รวมถึงการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องมีใบอนุญาตโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง เช่น การประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือสถานพยาบาล
- ส่งข้อความ SMS ข้อความผ่าน LINE อีเมล หรือการสื่อสารทางการตลาดอื่น ไปยังผู้ที่มิได้ให้ความยินยอมหรือผู้ที่ได้ถอนความยินยอมแล้ว ส่งข้อความในลักษณะสแปม หรือไม่จัดให้มีช่องทางปฏิเสธการรับข่าวสารตามที่กฎหมายกำหนด
- ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตนเองโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 นำฐานข้อมูลลูกค้าไปขาย ให้เช่า หรือเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย
- อัปโหลดหรือเผยแพร่เนื้อหาที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น เนื้อหาหมิ่นประมาท ลามกอนาจาร ก่อให้เกิดความเกลียดชัง หรือโฆษณาเกินจริงอันเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค
- เจาะระบบ ทดสอบเจาะระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ทำวิศวกรรมย้อนกลับ คัดลอกซอร์สโค้ด ดึงข้อมูลอัตโนมัติในลักษณะที่กระทบเสถียรภาพของระบบ หรือหลีกเลี่ยงมาตรการจำกัดสิทธิ์ ขีดจำกัด หรือการวัดปริมาณการใช้งาน
- นำแพลตฟอร์มไปจำหน่ายต่อ ให้เช่าช่วง ให้บริการในลักษณะตัวแทน หรือให้บุคคลภายนอกใช้งานภายใต้บัญชีของตน โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้บริการ
- ใช้แพลตฟอร์มในลักษณะที่สร้างภาระเกินสมควรต่อระบบ เครือข่าย หรือทรัพยากรของผู้ให้บริการ หรือรบกวนการใช้งานของร้านค้ารายอื่น
ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการเผยแพร่เนื้อหา จำกัดการใช้งาน หรือระงับบัญชีที่ฝ่าฝืนข้อนี้ ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 12
8ทรัพย์สินทางปัญญา
- ซอฟต์แวร์ ซอร์สโค้ด ฐานข้อมูลระบบ ส่วนต่อประสาน งานออกแบบ เทมเพลตเว็บไซต์ รูปแบบรายงาน คู่มือการใช้งาน ตลอดจนชื่อทางการค้า "RumiFlow" และ "Rumi" โลโก้ และเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้อง เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ให้บริการหรือผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ให้บริการแต่เพียงผู้เดียว
- ร้านค้าได้รับเพียงสิทธิใช้งานแบบจำกัด ไม่ผูกขาด โอนสิทธิและให้สิทธิช่วงไม่ได้ ตลอดระยะเวลาที่แพ็กเกจยังมีผล เพื่อใช้ดำเนินกิจการของร้านค้าเองเท่านั้น การสิ้นสุดของข้อกำหนดนี้ทำให้สิทธิดังกล่าวสิ้นสุดลงทันที
- เนื้อหาของร้านค้ายังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของร้านค้า โดยร้านค้าให้สิทธิผู้ให้บริการแบบไม่ผูกขาด ไม่มีค่าตอบแทน และมีขอบเขตทั่วโลก เท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น ในการจัดเก็บ ทำสำเนาสำรอง ปรับขนาดหรือรูปแบบไฟล์ และแสดงผลเนื้อหานั้นบนเว็บไซต์ของร้าน ในระบบหลังร้าน บนใบเสร็จ และผ่านช่องทาง LINE ของร้าน สิทธินี้สิ้นสุดลงเมื่อร้านค้าลบเนื้อหานั้นหรือปิดบัญชี เว้นแต่สำเนาสำรองที่จะถูกลบตามรอบการลบข้อมูลตามปกติ
- ร้านค้ารับรองว่าตนมีสิทธิโดยชอบในเนื้อหาที่นำเข้าสู่ระบบ และจะรับผิดชอบต่อข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอกอันเกิดจากเนื้อหาดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว
- ผู้ให้บริการอาจขออนุญาตใช้ชื่อร้าน โลโก้ หรือภาพหน้าจอเว็บไซต์ของร้านค้า เพื่อเป็นตัวอย่างอ้างอิงลูกค้าในสื่อประชาสัมพันธ์ โดยร้านค้ามีสิทธิปฏิเสธหรือขอให้ยุติการใช้ได้ทุกเมื่อ
- ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น หรือคำขอฟีเจอร์ที่ร้านค้าให้แก่ผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการสามารถนำไปใช้พัฒนาแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีข้อผูกพันในการจ่ายค่าตอบแทนหรือรักษาความลับ เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
9บริการของบุคคลที่สาม
แพลตฟอร์มทำงานร่วมกับบริการของบุคคลที่สามหลายราย ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและนโยบายของผู้ให้บริการรายนั้นๆ เอง ได้แก่
- LINE — LINE Official Account, LINE Login, LIFF และ Messaging API สำหรับการจองคิว การส่งข้อความ ริชเมนู และผู้ช่วยตอบแชท
- ธนาคาร ระบบพร้อมเพย์ และผู้ให้บริการตรวจสอบรายการโอนเงินอัตโนมัติ สำหรับการชำระค่าบริการ
- ผู้ให้บริการส่งข้อความ SMS และผู้ให้บริการส่งอีเมล
- เครื่องมือวัดผลโฆษณาและวิเคราะห์การใช้งาน เช่น Meta (Facebook) Pixel, TikTok Pixel, LINE Tag และ Google Analytics / Google Ads รวมถึง Google Calendar สำหรับการซิงก์นัดหมาย
- ผู้ให้บริการคลาวด์ พื้นที่จัดเก็บไฟล์ และผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้กับผู้ช่วยตอบแชทและการอ่านเอกสารอัตโนมัติ (OCR)
การติดตั้งพิกเซลหรือเครื่องมือวัดผลใดๆ บนเว็บไซต์ร้าน เป็นการตัดสินใจและอยู่ในความรับผิดชอบของร้านค้า ร้านค้ามีหน้าที่ขอความยินยอมการใช้คุกกี้จากผู้เข้าชมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยแพลตฟอร์มได้จัดแบนเนอร์ความยินยอมคุกกี้และหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวของร้านไว้ให้ใช้งาน
ร้านค้าต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการภายนอกเหล่านั้นด้วย หากผู้ให้บริการภายนอกเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ปรับราคา จำกัดสิทธิ์ ระงับ หรือยุติบริการ อันส่งผลกระทบต่อฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบและหาทางเลือกทดแทนตามสมควร แต่เหตุดังกล่าวอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ให้บริการ และไม่ถือเป็นการผิดข้อกำหนดนี้
10การรับประกันและข้อจำกัดการรับประกัน
- ผู้ให้บริการให้บริการแพลตฟอร์ม "ตามสภาพที่เป็นอยู่" (as-is) และ "ตามที่มีให้บริการ" (as-available) โดยจะใช้ความระมัดระวังและความชำนาญตามสมควรของผู้ประกอบวิชาชีพในการดูแลรักษาระบบให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
- ผู้ให้บริการไม่รับประกันว่าแพลตฟอร์มจะปราศจากข้อผิดพลาด ทำงานได้โดยไม่หยุดชะงัก หรือตรงตามวัตถุประสงค์เฉพาะของร้านค้าทุกประการ
- ปัจจุบันผู้ให้บริการยังมิได้ให้ข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement) ที่รับประกันอัตราเวลาให้บริการเป็นตัวเลข เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแยกต่างหาก เช่น ในแพ็กเกจ Enterprise
- สำหรับการบำรุงรักษาตามแผน ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าตามสมควร โดยปกติไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ผ่านการแจ้งเตือนในระบบหลังร้านหรือช่องทางติดต่อที่ร้านค้าให้ไว้ และจะพยายามเลือกช่วงเวลาที่กระทบการใช้งานน้อยที่สุด ส่วนกรณีเร่งด่วนด้านความปลอดภัยหรือเหตุขัดข้องร้ายแรง ผู้ให้บริการอาจดำเนินการทันทีแล้วแจ้งให้ทราบภายหลังโดยเร็ว
- ผู้ให้บริการจัดให้มีการสำรองข้อมูลตามรอบปกติ อย่างไรก็ดี ร้านค้าควรส่งออกและเก็บสำเนาข้อมูลสำคัญของตนไว้เป็นระยะตามข้อ 6
- ผลลัพธ์จากผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ การอ่านเอกสารอัตโนมัติ (OCR) และการคำนวณอัตโนมัติต่างๆ เป็นเพียงเครื่องมือช่วยและอาจคลาดเคลื่อนได้ ร้านค้ามีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้อ้างอิงทางบัญชี ภาษี การแพทย์ หรือทางกฎหมาย
- ผู้ให้บริการไม่รับประกันผลลัพธ์ทางธุรกิจใดๆ เช่น ยอดขาย จำนวนลูกค้า อันดับการค้นหา หรือผลตอบแทนจากการโฆษณา ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการนอกเหนือการควบคุมของผู้ให้บริการ
11ข้อจำกัดความรับผิด
- เท่าที่กฎหมายไทยอนุญาตให้กระทำได้ ความรับผิดรวมทั้งสิ้นของผู้ให้บริการที่มีต่อร้านค้า ไม่ว่าจะเกิดจากมูลสัญญา มูลละเมิด หรือมูลอื่นใด จำกัดไม่เกินจำนวนค่าบริการที่ร้านค้าได้ชำระจริงแก่ผู้ให้บริการในระยะเวลา 3 เดือนก่อนวันที่เกิดเหตุแห่งความรับผิด หรือจำนวน 1,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
- ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายสืบเนื่อง ความเสียหายพิเศษ การขาดกำไร การสูญเสียโอกาสหรือรายได้ทางธุรกิจ ความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือค่าความนิยม ตลอดจนความสูญหายหรือเสียหายของข้อมูลอันมิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ
- ข้อจำกัดข้างต้นไม่ใช้บังคับกับความรับผิดที่กฎหมายไทยห้ามมิให้จำกัดหรือยกเว้น เช่น ความรับผิดอันเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง การฉ้อฉล หรือความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคล
- คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดต่อการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควร เช่น ภัยธรรมชาติ โรคระบาด การขัดข้องของระบบไฟฟ้าหรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การโจมตีทางไซเบอร์ คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรือการหยุดให้บริการของผู้ให้บริการภายนอกตามข้อ 9 โดยฝ่ายที่ประสบเหตุจะแจ้งให้อีกฝ่ายทราบโดยเร็วและบรรเทาผลกระทบตามสมควร
- ร้านค้าตกลงจะชดใช้ค่าเสียหายและปกป้องผู้ให้บริการจากข้อเรียกร้อง ค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึงค่าทนายความตามสมควร ที่บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานรัฐเรียกร้องต่อผู้ให้บริการ อันเกิดจากเนื้อหาของร้านค้า การใช้งานที่ฝ่าฝืนข้อ 7 หรือการที่ร้านค้าฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อผู้ใช้ปลายทางของตน
12การระงับและการยกเลิกบัญชี
12.1 เมื่อไม่ชำระค่าบริการ — ผ่อนผัน 7 วัน แล้วอ่านอย่างเดียว
- เมื่อครบกำหนดอายุแพ็กเกจแล้วร้านค้ายังมิได้ชำระค่าบริการ บัญชีจะเข้าสู่ระยะผ่อนผัน (Grace Period) เป็นเวลา 7 วัน โดยยังใช้งานได้ตามปกติทุกประการ ระบบจะแสดงการแจ้งเตือนวันคงเหลือในระบบหลังร้าน
- เมื่อพ้นระยะผ่อนผัน 7 วันแล้วยังไม่มีการชำระเงิน บัญชีจะเปลี่ยนเป็นสถานะอ่านอย่างเดียว (Read-only) กล่าวคือ ร้านค้ายังเข้าสู่ระบบได้ ยังดูและส่งออกข้อมูลเดิมทั้งหมดได้ ยังชำระเงินและติดต่อฝ่ายสนับสนุนได้ แต่จะไม่สามารถบันทึกรายการใหม่ได้ เช่น การเปิดบิล การเพิ่มลูกค้า หรือการแก้ไขข้อมูล และเว็บไซต์ของร้านยังคงแสดงผลตามปกติ
- ข้อมูลของร้านค้าจะยังคงถูกเก็บรักษาไว้ครบถ้วนในสถานะอ่านอย่างเดียว ผู้ให้บริการจะไม่ลบข้อมูลของร้านค้าเพียงเพราะเหตุค้างชำระ
- เมื่อร้านค้าชำระค่าบริการและการชำระเงินได้รับการอนุมัติ บัญชีจะกลับสู่สถานะใช้งานปกติทันทีพร้อมข้อมูลเดิมทั้งหมด
12.2 การระงับบัญชีเพราะเหตุฝ่าฝืน
- ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับหรือจำกัดการใช้งานบัญชีของร้านค้าได้ เมื่อ (ก) ร้านค้าฝ่าฝืนข้อ 7 อย่างร้ายแรง (ข) มีการใช้งานที่กระทบต่อความปลอดภัยหรือเสถียรภาพของระบบหรือร้านค้ารายอื่น (ค) มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฉ้อโกง การใช้หลักฐานการชำระเงินอันเป็นเท็จ หรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ (ง) มีคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือคำสั่งศาล
- โดยหลัก ผู้ให้บริการจะแจ้งเหตุและกำหนดระยะเวลาให้ร้านค้าแก้ไขตามสมควรก่อนระงับบัญชี เว้นแต่กรณีเร่งด่วนที่ความเสียหายอาจขยายตัว ซึ่งผู้ให้บริการอาจระงับทันทีแล้วแจ้งเหตุผลให้ทราบโดยเร็ว
- หากร้านค้าแก้ไขเหตุแห่งการฝ่าฝืนแล้ว ผู้ให้บริการจะคืนสถานะบัญชีให้ใช้งานได้ตามปกติ การระงับบัญชีเพราะเหตุฝ่าฝืนไม่ทำให้ร้านค้ามีสิทธิได้รับคืนค่าบริการของรอบนั้น
12.3 การยกเลิกและการเก็บรักษาข้อมูลหลังยกเลิก
- ร้านค้ามีสิทธิยกเลิกการใช้บริการได้ทุกเมื่อ โดยแจ้งผ่านช่องทางติดต่อในข้อ 15 การยกเลิกมีผลเมื่อสิ้นสุดรอบที่ร้านค้าได้ชำระเงินไว้แล้ว และไม่มีการคืนเงินตามข้อ 5.4
- ผู้ให้บริการอาจยุติการให้บริการแพลตฟอร์มทั้งหมดหรือบางส่วน โดยแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมจัดให้มีช่องทางส่งออกข้อมูล และคืนเงินตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ชำระล่วงหน้าไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ใช้
- ภายหลังการยกเลิกหรือปิดบัญชี ร้านค้ามีเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันในการเข้าถึงและส่งออกข้อมูลของตน เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว ผู้ให้บริการมีสิทธิลบข้อมูลหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยข้อมูลในระบบสำรองจะถูกลบไปตามรอบการลบข้อมูลตามปกติ
- ผู้ให้บริการอาจเก็บรักษาข้อมูลบางส่วนไว้เกินกำหนดข้างต้นเท่าที่กฎหมายกำหนดหรือเท่าที่จำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เช่น เอกสารการชำระเงิน เอกสารทางบัญชีและภาษี ตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
- ร้านค้าอาจขอให้ลบข้อมูลก่อนครบกำหนด 90 วันได้ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ การลบข้อมูลไม่อาจย้อนกลับได้ และผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายอันเกิดจากการที่ร้านค้ามิได้ส่งออกข้อมูลไว้ก่อน
- ข้อกำหนดที่โดยสภาพต้องมีผลต่อไปภายหลังการสิ้นสุดสัญญา ได้แก่ ข้อ 6 ข้อ 8 ข้อ 10 ข้อ 11 และข้อ 13 ให้ยังคงมีผลบังคับต่อไป
13กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
- ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- หากเกิดข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดนี้ คู่สัญญาตกลงจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและเจรจากันโดยสุจริตเพื่อหาข้อยุติภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นลำดับแรก
- หากไม่อาจตกลงกันได้ภายในกำหนดข้างต้น ให้นำข้อพิพาทขึ้นสู่การพิจารณาของศาลไทยที่มีเขตอำนาจ
- ข้อกำหนดนี้จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทย หากมีการแปลเป็นภาษาอื่นเพื่อความสะดวกและมีข้อความขัดหรือแย้งกัน ให้ยึดถือฉบับภาษาไทยเป็นสำคัญ
- หากข้อกำหนดข้อใดตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่อาจใช้บังคับได้ ให้ข้อกำหนดข้ออื่นยังคงมีผลสมบูรณ์และใช้บังคับได้ต่อไป และให้ถือว่าคู่สัญญาตกลงแทนที่ข้อที่ใช้บังคับไม่ได้นั้นด้วยข้อกำหนดที่ใกล้เคียงเจตนาเดิมมากที่สุดเท่าที่ชอบด้วยกฎหมาย
- การที่ฝ่ายใดมิได้ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าตามข้อกำหนดนี้ ไม่ถือเป็นการสละสิทธิ์ในเรื่องนั้นหรือในเรื่องอื่นใด
- ร้านค้าจะโอนสิทธิและหน้าที่ตามข้อกำหนดนี้ให้แก่บุคคลอื่นไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้บริการ ส่วนผู้ให้บริการอาจโอนสิทธิและหน้าที่ให้แก่บริษัทในเครือหรือผู้รับโอนกิจการได้ในกรณีปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวม หรือโอนกิจการ โดยไม่ทำให้สิทธิของร้านค้าด้อยลง
14การแก้ไขข้อตกลง
- ผู้ให้บริการอาจแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดนี้ได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาบริการ การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือเงื่อนไขของผู้ให้บริการภายนอก
- กรณีเป็นการแก้ไขในสาระสำคัญ เช่น ค่าบริการ ขอบเขตความรับผิด สิทธิในข้อมูล หรือเงื่อนไขการยกเลิก ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่มีผลบังคับ ผ่านการแจ้งเตือนในระบบหลังร้าน อีเมล หรือช่องทาง LINE ที่ร้านค้าให้ไว้
- กรณีเป็นการแก้ไขเล็กน้อย การปรับถ้อยคำ หรือการแก้ไขที่เป็นคุณแก่ร้านค้า ให้มีผลเมื่อประกาศบนหน้านี้
- การที่ร้านค้าใช้บริการต่อไปภายหลังวันที่การแก้ไขมีผลบังคับ ถือว่าร้านค้ายอมรับข้อกำหนดฉบับแก้ไขนั้น หากร้านค้าไม่ประสงค์จะยอมรับ ร้านค้ามีสิทธิยกเลิกการใช้บริการตามข้อ 12.3 ก่อนวันที่การแก้ไขมีผลบังคับ
- ข้อกำหนดฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในขณะใดขณะหนึ่ง คือฉบับที่ประกาศบนหน้านี้ พร้อมวันที่มีผลบังคับซึ่งแสดงไว้ท้ายเอกสาร
15ข้อมูลติดต่อ
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกำหนดนี้ ต้องการใช้สิทธิตามข้อกำหนด หรือต้องการแจ้งปัญหาการใช้งาน ติดต่อผู้ให้บริการได้ตามช่องทางต่อไปนี้
✦ RumiFlow — ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม RumiFlow
LINE Official Account: ทักไลน์หาทีมงาน
อีเมล: [email protected]
แจ้งปัญหาผ่านระบบ: เข้าสู่ ระบบหลังร้าน แล้วเปิดเรื่องที่เมนูช่วยเหลือ (ใช้ได้แม้บัญชีอยู่ในสถานะอ่านอย่างเดียว)
ผู้ให้บริการจะติดต่อกลับภายใน 2 วันทำการโดยปกติ สำหรับเรื่องที่เกี่ยวกับการชำระเงินหรือการระงับบัญชี กรุณาแจ้งชื่อร้านและวันเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อให้ตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น
อัปเดตล่าสุด: 9 สิงหาคม 2569 · เอกสารฉบับนี้เป็นข้อกำหนดการใช้บริการแพลตฟอร์ม RumiFlow สำหรับร้านค้าที่สมัครใช้งาน สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ร้านค้าแต่ละรายแจ้งต่อลูกค้าของตน โปรดดูที่หน้านโยบายความเป็นส่วนตัวบนเว็บไซต์ของร้านนั้น